ชื่อย่อหุ้น : ASK
ราคาล่าสุด : 23.70 บาท
เปลี่ยนแปลง :  +0.20 0.85%
ปริมาณซื้อขาย (หุ้น) :      101,000
วันก่อนหน้า
23.50
ราคาเปิด
23.50
ช่วงราคาใน 52 สัปดาห์
20.30
ช่วงราคาใน 52 สัปดาห์
25.00
ปรับปรุงเมื่อ: 14 ธันวาคม 2560 16:35
Refresh for Real-time Quote
นักลงทุนสัมพันธ์ > ข้อมูลบริษัท > สาส์นจากประธานกรรมการ
   

คณะกรรมการบริษัทมีความยินดีที่จะเสนอรายงานประจำปี และงบการเงินที่ตรวจสอบแล้วของบริษัทและบริษัทย่อย สำหรับรอบปีบัญชี สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559

สภาพเศรษฐกิจและภาวะอุตสาหกรรมปี 2559

เศรษฐกิจไทยในปี 2559 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 3.2 ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2558 ที่มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 2.8 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักคือ การลงทุนภาครัฐ มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของรัฐบาล และการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามจากการฟื้นตัวที่ช้าของเศรษฐกิจโลก ส่งออกในปี 2559 มีการเติบโตร้อยละ 0.0 แต่ยังคงเป็นตัวเลขที่ดีขึ้นจากปี 2558 ที่การส่งออกเติบโตติดลบร้อยละ 5.53 นอกจากนี้การใช้จ่ายภายในประเทศได้ลดลง จากการขาดความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เนื่องจาก หนี้ภาคครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ในส่วนของนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยได้คงอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่ร้อยละ 1.50 ตลอดทั้งปีเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซา

สำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัว ยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ในปี 2559 มีจำนวน 768,788 คัน ลดลงร้อยละ 3.9 จากปี 2558 ที่มีจำนวน 799,632 คัน โดยรถเพื่อการพาณิชย์ที่ไม่ใช่รถกระบะ 1 ตัน มียอดจำหน่ายในปี 2559 จำนวน 94,834 คัน ลดลงร้อยละ 15.09 จากปี 2558 ที่มียอดจำหน่าย 111,694 คัน

สำหรับธุรกิจลีสซิ่งและแฟคตอริ่ง อัตราการเติบโตค่อนข้างต่ำ เนื่องจาก SMEs ได้ชะลอการลงทุนในเครื่องจักร อุปกรณ์ และ ความต้องการในเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม สะท้อนถึงความไม่มั่นใจภาวะเศรษฐกิจในอนาคต

ผลประกอบการปี 2559

สำหรับผลประกอบการของบริษัทและบริษัทย่อย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีสินทรัพย์รวมจำนวน 31,707 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.82 จากจำนวน 30,249 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2558 เป็นผลมาจากการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อของธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่ง ขณะที่ ยอดการให้สินเชื่อในปี 2559 มีจำนวน 20,091 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.49 จากจำนวน 20,395 ล้านบาทในปี 2558 ซึ่งเป็นผลมาจาก การเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มแฟคตอริ่งอันเป็นลูกหนี้ระยะสั้น

สำหรับหนี้สินรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีจำนวน 27,128 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.73 จากจำนวน 25,902 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2558 เพื่อสนับสนุนการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีจำนวน 4,578 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.32 จากจำนวน 4,347 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2558 ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรสุทธิที่เพิ่มมากขึ้นของบริษัทและบริษัทย่อย โดยมีทุนชำระแล้วจำนวน 1,759 ล้านบาทและมีกำไรสะสมเท่ากับ 2,099 ล้านบาท

รายได้รวมในปี 2559 มีจำนวน 2,816 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.45 จากจำนวน 2,722 ล้านบาท ในปี 2558 ซึ่งเป็นผลมาจาก การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ ค่าใช้จ่ายทางการเงินในปี 2559 มีจำนวน 831 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 8.11 จาก 904 ล้านบาท ในปี 2558 เนื่องจากความสามารถในการลดอัตราดอกเบี้ยกู้ยืม ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในปี 2559 มีจำนวน 1,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.88 จาก 964 ล้านบาท ในปี 2558 จากการเพิ่มขึ้นของรายการสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่เพิ่มขึ้นจากความสามารถในการจ่ายชำระหนี้ของ ลูกหนี้ที่ลดต่ำลง ส่งผลให้กำไรสำหรับปี 2559 เท่ากับ 707 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.83 จากจำนวน 681 ล้านบาท ในปี 2558

พอร์ตสินเชื่อในปี 2559 มีจำนวน 31,671 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.29 จาก 30,079 ล้านบาทในปี 2558 จากการเติบโตของ ปริมาณสินเชื่อลูกหนี้ระยะยาว สัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ณ สิ้นปี 2559 เท่ากับร้อยละ 1.96 ของพอร์ตสินเชื่อรวม และมีอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) เท่ากับร้อยละ 109.47 สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพ ของสินทรัพย์ของบริษัทและบริษัทย่อยที่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

การกำกับดูแลกิจการและความรับผิดชอบต่อสังคม

คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี และความรับผิดชอบต่อสังคมโดยได้กำหนดให้ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นตลอดจนประโยชน์ในระยะยาว ต่อผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน ผู้มีส่วนได้เสีย สังคม และสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ บริษัทเข้าร่วมโครงการกิจกรรมพัฒนาสังคม โดยมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียน ในปี 2559 บริษัทได้รับการประเมิน คุณภาพการจัดประชุม AGM เท่ากับ 98.75 คะแนน ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้ลงทุนไทย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนี้ ยังได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับ “ดีมาก” ติดต่อกันมา 5 ปี โดยการประเมิน ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับรางวัล SET Award 2016 ด้านบริษัทที่มีผลประกอบการโดดเด่น ในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอยู่ในช่วง 3,000 - 10,000 ล้านบาทอีกด้วย

แนวโน้มธุรกิจและกลยุทธ์ปี 2560

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของประเทศไทยในปี 2560 คาดว่าจะขยายตัวคงที่ในอัตราร้อยละ 3.2 เช่นเดียวกับ อัตราการเติบโตในปี 2559 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คือ โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ของรัฐบาล โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor, EEC) และการท่องเที่ยวที่ขยายตัวต่อเนื่อง ในส่วนของการบริโภคภาคเอกชน คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาผลิตผลทางการเกษตร สำหรับการส่งออกนั้น คาดว่าจะมีอัตรา การเติบโตที่ร้อยละ 1 - 3 จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และการเติบโตของการค้าตามแนวชายแดน AEC

สำหรับยอดขายรถยนต์ในประเทศในปี 2560 คาดว่าจะมีจำนวน 800,000 คัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนหน้าที่มียอดขาย 768,788 คัน จากกำลังซื้อที่เพิ่มสูงขึ้นหลังจากสิ้นสุดโครงการรถคันแรก และจากการที่รัฐบาลยังคงเร่งเบิกจ่ายในโครงการลงทุน โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทำให้เกิดความต้องการเพิ่มขึ้นในกลุ่มพาหนะ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง รวมไปถึงพาหนะที่ต้องใช้ ในการขนส่งที่เกี่ยวข้อง อันจะส่งผลดีต่อธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่ง

บริษัทยังคงเตรียมการเพื่อรองรับโอกาสจากการค้าชายแดนของ AEC โดยเราได้ทำการขยายตลาดผ่านการเปิดสาขาใหม่ ไปยังจังหวัดที่เป็นประตูชายแดนตามเขตแนวประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV เพื่อคว้าโอกาสจากการเติบโตด้านการขนส่งที่ เชื่อมโยงการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน

สุดท้ายนี้ คณะกรรมการบริษัทขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้า รวมถึงเจ้าหนี้และพนักงานทุกท่านที่ร่วมกันสนับสนุนและให้ความเชื่อมั่นบริษัทเสมอมา



ในนามของคณะกรรมการบริษัท


(ดร. อำนวย วีรวรรณ)
ประธานกิตติมศักดิ์

(นายโล จุน ลอง)
ประธานกรรมการ