ชื่อย่อหุ้น : ASK
ราคาล่าสุด : 23.70 บาท
เปลี่ยนแปลง :  +0.20 0.85%
ปริมาณซื้อขาย (หุ้น) :      101,000
วันก่อนหน้า
23.50
ราคาเปิด
23.50
ช่วงราคาใน 52 สัปดาห์
20.30
ช่วงราคาใน 52 สัปดาห์
25.00
ปรับปรุงเมื่อ: 14 ธันวาคม 2560 16:35
Refresh for Real-time Quote
   

นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

บริษัทได้กำหนดนโยบายการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับระบบการกำกับดูแลกิจการของฝ่ายบริหาร เพื่อให้การบริหารงานของบริษัท
เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยที่คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายการปฏิบัติตามข้อพึงปฏิบัติที่ดี (Code of Best Practice)
สำหรับการเป็นกรรมการบริษัทจดทะเบียน เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมทั้งเป็นการเสริมสร้าง
ความโปร่งใสและประสิทธิภาพของการบริหารอันจะนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นแก่ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้
ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดการกำกับดูแลกิจการที่ดีดังต่อไปนี้

หมวดที่ 1 สิทธิของผู้ถือหุ้น

คณะกรรมการของบริษัทตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยมีนโยบายในการปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้นและ
ส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นรวมถึงนักลงทุนสถาบันใช้สิทธิ โดยครอบคลุมสิทธิพื้นฐานตามกฎหมาย เช่น การมีส่วนแบ่งในกำไรของกิจการ
การซื้อขายหุ้นหรือโอนหุ้น การได้รับข่าว ข้อมูลของกิจการอย่างเพียงพอ การเข้าร่วมประชุมเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในการประชุม
ผู้ถือหุ้นเพื่อแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ การกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ การแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดจำนวนเงินค่า
สอบบัญชี และเรื่องที่มีผลกระทบต่อบริษัท เป็นต้น

นอกจากนี้ บริษัทยังได้นำเสนอข้อมูลสำคัญที่ผู้ถือหุ้นควรทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทคือ www.ask.co.th เช่น
การให้สิทธิผู้ถือหุ้นคนหนึ่งหรือหลายคนซึ่งถือหุ้นและมีสิทธิออกเสียงนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 1 ของจำนวนสิทธิออกเสียง
ทั้งหมด ในการเสนอระเบียบวาระการประชุมผู้ถือหุ้นและเสนอรายชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัท
ทั้งนี้ บริษัทได้แจ้งข่าวผ่านตลาดหลักทรัพย์และนำหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ขึ้นผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2559

สำหรับในปี 2559 ที่ผ่านมา บริษัทได้นำหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นและเอกสารประกอบนำเสนอผ่านทางเว็บไซต์บริษัท
เพื่อให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาก่อนล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2559 (หรือก่อนประชุม 31 วันโดยบริษัทได้จัดการประชุมใหญ่สามัญ
ประจำปีผู้ถือหุ้นในวันที่ 8 เมษายน 2559) รวมทั้งจัดส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น เอกสารประกอบและรายงานประจำปี 2558
ผ่านทางนายทะเบียนของบริษัท คือ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยจัดส่งทางไปรษณีย์ในวันที่
18 มีนาคม 2559 (หรือก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น 21 วัน) และได้นำรายงานการประชุมเสนอผ่านทางเว็บไซต์หลังประชุม 14 วัน
คือตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2559 นอกจากนั้น บริษัทไม่มีนโยบายริดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยจะไม่แจกเอกสารที่มีข้อมูลสำคัญ
เพิ่มเติมกะทันหันในการประชุม ไม่เพิ่มวาระการประชุมหรือเปลี่ยนข้อมูลสำคัญโดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า ให้สิทธิ
ในการซักถามคณะกรรมการในที่ประชุม และไม่จำกัดสิทธิในการเข้าประชุมของผู้ถือหุ้นที่มาสาย เป็นต้น

หมวดที่ 2 การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

บริษัทให้ความสำคัญในการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกราย รวมทั้งนักลงทุนสถาบัน อย่างเท่าเทียมกัน โดยบริษัทจะเปิดเผย
ข้อมูลที่มีสาระสำคัญ ข่าวสารที่ถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา และโปร่งใสแก่ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ ในการเรียกประชุมผู้ถือหุ้น
บริษัทจะจัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมทั้งเอกสารประกอบการประชุมตามวาระต่างๆ ให้แก่ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าอย่างน้อย
21 วันก่อนวันประชุม รวมทั้งประกาศหนังสือนัดเชิญประชุมดังกล่าวในหนังสือพิมพ์ โดยในแต่ละวาระมีความเห็นของ
คณะกรรมการบริษัทประกอบครบถ้วน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมีเวลาเพียงพอในการพิจารณาข้อมูลก่อนเข้าร่วมประชุม และมีการจดบันทึก
การประชุมอย่างถูกต้อง เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้ นอกจากนี้บริษัทได้เพิ่มทางเลือกให้กับผู้ถือหุ้นโดยให้กรรมการอิสระ
ของบริษัทเป็นผู้รับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้น ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้้

โดยปี 2559 บริษัทได้จัดการประชุมผู้ถือหุ้น 1 ครั้ง คือประชุมใหญ่สามัญประจำปีผู้ถือหุ้นครั้งที่ 32/2559 เมื่อวันที่
8 เมษายน 2559 เวลา 15.00 น. ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ บางกอกคลับ ชั้น 28 อาคารสาธรซิตี้ทาวเวอร์ เลขที่ 175 ถนนสาทรใต้
แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 โดยสถานที่จัดการประชุมผู้ถือหุ้นสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก โดยการ
โดยสารรถประจำทาง รถไฟฟ้า BTS และรถโดยสาร BRT ในการประชุม ผู้ถือหุ้นทุกรายสามารถใช้สิทธิในการลงคะแนนเสียง
และแสดงความคิดเห็นหรือซักถามข้อสงสัยก่อนการตัดสินใจ

ก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น

บริษัทได้นำข้อมูลหนังสือเชิญประชุมที่มีรายละเอียดครบถ้วนเปิดเผยในเว็บไซต์ของบริษัท ก่อนล่วงหน้า 31 วัน ตั้งแต่วันที่
8 มีนาคม 2559 และได้จัดส่งหนังสือเชิญประชุมที่มีรายละเอียดวาระการประชุม/ ความเห็นของคณะกรรมการ/ รายงานการประชุม
ครั้งที่ผ่านมามีรายละเอียดครบถ้วน/ รายงานประจำปีพร้อมทั้งเอกสารประกอบการประชุม/ เอกสารที่ต้องใช้ในการมอบฉันทะ
และระบุวิธีการไว้ชัดเจน โดยมอบให้บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะนายทะเบียนของบริษัทเป็น
ผู้จัดส่งแก่ผู้ถือหุ้นล่วงหน้าก่อนการประชุมผู้ถือหุ้น 21 วัน

โดยในปี 2559 บริษัทได้จัดส่งหนังสือเชิญประชุมและเอกสารประกอบอื่นๆ ให้แก่ผู้ถือหุ้นตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2559
และได้ประกาศลงในหนังสือพิมพ์สายกลาง ติดต่อกัน 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 23 - 25มีนาคม 2559 เพื่อบอกกล่าวผู้ถือหุ้นล่วงหน้า
ในเวลาที่เพียงพอสำหรับเตรียมตัวศึกษาข้อมูลก่อนมาเข้าร่วมประชุม โดยจัดส่งเอกสารดังกล่าวให้กับผู้ถือหุ้นทุกรายที่มีรายชื่อ
ปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท ในวันที่ 10 มีนาคม 2559 รวมทั้งเพื่ออำนวย
ความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าประชุมด้วยตนเอง บริษัทได้จัดส่งหนังสือมอบฉันทะ (แบบ ข) ไปพร้อมกับหนังสือ
เชิญประชุมรวมทั้งหลักฐานการเข้าร่วมประชุมซึ่งได้ระบุเอกสารต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับการเข้าประชุม โดยระบุทั้งผู้ถือหุ้นที่จะ
เข้าประชุมด้วยตัวเองและผู้ถือหุ้นที่ต้องการมอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าประชุมแทน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถจัดเตรียมเอกสารได้ครบถ้วน
และถูกต้อง และจะไม่เกิดปัญหาในการเข้าร่วมประชุม รวมทั้งได้แต่งตั้ง นายประดิษฐ ศวัสตนานนท์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธาน
กรรมการตรวจสอบ/ กรรมการอิสระเป็นผู้รับมอบฉันทะแทนผู้ถือหุ้นในกรณีที่ผู้ถือหุ้นประสงค์จะมอบฉันทะให้ผู้อื่นมาประชุม
แทน หรือสามารถเลือกมอบฉันทะให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเข้าประชุมแทนได้

วันประชุมผู้ถือหุ้น

บริษัทได้กำหนดสถานที่ วันเวลาการประชุมที่ถือได้ว่าเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือหุ้นรวมถึงนักลงทุนสถาบัน
อย่างเท่าเทียมกันทุกราย และให้ความมั่นใจด้านการรักษาความปลอดภัยแก่ผู้ถือหุ้น กำหนดจุดบริการรับลงทะเบียนอย่างเหมาะสม
และเพียงพอด้วยระบบ Barcode โดยให้ผู้ถือหุ้นสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมได้ล่วงหน้าก่อนเวลาประชุม 2 ชั่วโมง และ
ต่อเนื่องจนกว่าการประชุมจะแล้วเสร็จ และจัดเตรียมอากรแสตมป์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้นที่มอบ/ ได้รับมอบฉันทะ
โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมการจัดให้มีของว่างเพื่อรับรองสำหรับผู้ถือหุ้นที่รอเข้าประชุมด้วย

นอกจากนั้น บริษัทได้จัดเตรียมหนังสือเชิญประชุม รายงานประจำปีทั้งในแบบรูปเล่มและแบบซีดีรอมไว้สำหรับผู้ถือหุ้นที่
แสดงความประสงค์ขอรับ ณ จุดลงทะเบียน ในการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งนี้บริษัทได้จัดให้ที่ปรึกษากฎหมายอิสระเป็นผู้ทำหน้าที่
แจ้งรายละเอียดขององค์ประชุม อธิบายวิธีการลงคะแนน การนับคะแนน การใช้บัตรลงคะแนน และเปิดเผยผลการนับคะแนน
ในแต่ละวาระ โดยที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นซักถาม หรือแสดงความคิดเห็นอย่างเหมาะสมและเพียงพอ และในวาระเลือก
กรรมการได้จัดให้มีการลงคะแนนแยกตามกรรมการแต่ละท่าน และเก็บบัตรลงคะแนนของแต่ละท่านเพื่อให้ที่ปรึกษากฎหมายได้
ทำการตรวจนับอย่างโปร่งใส

สำหรับการประชุมใหญ่สามัญประจำปีผู้ถือหุ้นครั้งที่ 32/2559 นี้มีกรรมการเข้าร่วมประชุม รวมทั้งสิ้น 9 ท่าน ประกอบด้วย
นายโล จุน ลอง ประธานกรรมการ/ ประธานกรรมการบริหาร/ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, นายเชน ยิง ฮุย กรรมการบริหาร,
นายเทียนทวี สระตันติ์ กรรมการ, นายเฉิน เจ๋อ จี้ กรรมการ, นางปฏิมา ชวลิต กรรมการอิสระ, นายประดิษฐ ศวัสตนานนท์
ประธานกรรมการตรวจสอบ/ กรรมการอิสระ, นายอนันต์ ศวัสตนานนท์ กรรมการตรวจสอบ/ กรรมการอิสระ, รศ. ดร. สุปรียา
ควรเดชะคุปต์ กรรมการตรวจสอบ/ กรรมการอิสระ, นายเกษม อาคเนย์สุวรรณ กรรมการตรวจสอบ/ กรรมการอิสระ รวมทั้ง
นายดนัย ลาภาวิวัฒน์ เลขานุการบริษัทซึ่งดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่การเงิน/เลขานุการคณะกรรมการ นอกจากนี้ยังมี
ผู้สอบบัญชีของบริษัท และ The Capital Law Office Limited ที่ปรึกษากฎหมายอิสระซึ่งทำหน้าที่ดำเนินการประชุม จำนวน
2 ท่าน และ บริษัท อินเวนท์เทค ซิสเท็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้แทนในการนับคะแนนอิสระ เข้าร่วมด้วย จำนวน 5 ท่าน
จากการที่บริษัทมีการพัฒนาปรับปรุงการจัดการประชุมผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทมีผลการประเมินคุณภาพการจัดประชุม
ผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2559 อยู่ในระดับ 98.75 คะแนน

หลังวันประชุม

บริษัทได้แจ้งมติที่ประชุมผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหลังจากการประชุมสิ้นสุดในวันที่ 8 เมษายน 2559
และบริษัทได้นำส่งรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นและเผยแพร่รายงานดังกล่าวบนเว็บไซต์ของบริษัท ภายใน 14 วัน คือวันที่
22 เมษายน 2559 และยังได้บันทึกการประชุมในลักษณะสื่อวิดีทัศน์และบันทึกการออกเสียง โดยเผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัท
และจัดส่งให้กับผู้ถือหุ้นที่สนใจ และได้แจ้งประกาศการจ่ายเงินปันผลลงในหนังสือพิมพ์รายวันสายกลางฉบับภาษาไทย ติดต่อกัน
3 วัน ตั้งแต่วันที่ 25-27 เมษายน 2559

หมวดที่ 3 การคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทเล็งเห็นและให้ความสำคัญในการดูแลและคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งภายในและภายนอกบริษัท ตั้งแต่ ลูกค้า
ผู้ถือหุ้น พนักงาน เจ้าหนี้ ลูกหนี้ คู่แข่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากบริษัท
ตระหนักถึงแรงสนับสนุนของผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ ในอันที่จะช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันและผลประกอบการที่ดีให้แก่
บริษัทและเป็นแรงสนับสนุนอย่างดียิ่งในระยะยาว ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน “การกำกับดูแลกิจการ” ซึ่งได้เผยแพร่ใน
เว็บไซต์ของบริษัท (www.ask.co.th) ในส่วนของ “นักลงทุนสัมพันธ์” โดยมีหัวข้อดังนี้

  • จรรยาบรรณธุรกิจ
  • นโยบายการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น
  • นโยบายการต่อต้านการทุจริต
  • นโยบายการแจ้งเบาะแสการกระทำผิดและแบบฟอร์ม
  • นโยบายการพัฒนาความรู้ศักยภาพของบุคลากร
  • นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับความปลอดภัย และสุขอนามัยในสถานที่ทำงาน

ในด้านการพัฒนาบุคลากร บริษัทได้ให้ความสำคัญในการที่จะพัฒนาพนักงานในทุกระดับเพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้
ทั้งความรู้ที่เกี่ยวข้องในงานปัจจุบัน และความรู้สำหรับการพัฒนาทักษะเพื่อสนับสนุนให้พนักงานมีโอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ
การงาน โดยจัดให้มีการอบรมทั้งที่จัดขึ้นภายในบริษัท และส่งพนักงานไปอบรมกับหน่วยงานภายนอก โดยในปี 2559 ที่ผ่านมา
บริษัทและบริษัทย่อยได้จัดให้มีการอบรมแก่พนักงานและผู้บริหาร รวมทั้งสิ้น 70 ครั้ง โดยเป็นการจัดอบรมภายใน 43 ครั้ง
และอบรมภายนอก 27 ครั้ง

บริษัทมีการรณรงค์ในเรื่องความปลอดภัยในการทำงานอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับความปลอดภัย
และสุขอนามัยในสถานที่ทำงาน พบว่าในปี 2559 บริษัทและบริษัทย่อยมีสถิติการหยุดงาน (Sick Leave) เท่ากับร้อยละ 2.20
ของจำนวนบุคลากรรวมของบริษัทและบริษัทย่อย และบริษัทไม่มีอัตราการเกิดอุบัติที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน และบริษัท
ได้จัดโครงการสวัสดิการตรวจสุขภาพประจำปีให้แก่บุคลากรของบริษัทและบริษัทย่อยทุกคน เพื่อให้พนักงานมีสุขภาพที่ดี
ซึ่งโครงการดังกล่าวบริษัทจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและดำเนินการมาต่อเนื่องมากกว่า 15 ปีี

นอกจากนั้นบริษัทได้การเปิดเผย “รายงานความรับผิดชอบต่อสังคมปี 2559” บนเว็บไซต์ของบริษัท www.ask.co.th
ในส่วนของ “นักลงทุนสัมพันธ์” เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านสามารถเข้าถึงได้

อนึ่ง เพื่อเป็นช่องทางในการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย บริษัทจึงได้เปิดช่องทางการสื่อสารเพื่อรับข้อร้องเรียน
คำแนะนำ ความคิดเห็น สำหรับติดต่อกับคณะกรรมการ ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท ในส่วนของนักลงทุนสัมพันธ์ หรือสามารถ
ส่งไปรษณีย์หรือยื่นเรื่องโดยตรงได้ที่บริษัท

บริษัทมีแนวทางในการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม ตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดี ยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มี
ส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยบริษัทได้จัดทำนโยบายการต่อต้านการทุจริต (Anti-Fraud Policy) ขึ้น เพื่อกำหนดความรับผิดชอบ แนว
ปฏิบัติ และการป้องกันการทุจริต เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนในการดำเนินธุรกิจ และพัฒนาสู่องค์กรแห่งความยั่งยืน
โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2559 ได้อนุมัติการประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วมโครงการ
แนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต หรือ Thailand’s Private Sector Collective Action Coalition
against Corruption (CAC) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันด้วยความร่วมมือกันในหมู่บริษัทเอกชนที่ต้องการ
สร้างแรงกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภาครัฐ โดยร่วมมือกันปฏิเสธการจ่ายสินบนทุกรูปแบบและต่อต้านการใช้คอร์รัปชั่นเป็น
เครื่องมือกีดกันการแข่งขันและขัดขวางการประกอบธุรกิจอย่างเสรี ต่อมาประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 5/2559 เมื่อวันที่ 11
พฤศจิกายน 2559 ได้อนุมัติแบบประเมินตนเองเกี่ยวกับมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่น โดยบริษัทได้จัดส่งแบบประเมินดังกล่าว
ให้สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of Directors หรือ IOD) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการ
โครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตเพื่อพิจารณาและสอบทานแบบประเมินดังกล่าว โดยการเปิด
เผยผลการรับรองแบบประเมินจะมีในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2560

ทั้งนี้ บริษัทได้การเปิดเผยนโยบายการแจ้งเบาะแสการกระทำผิด (Whistle Blowing Policy) โดยมีรายละเอียดดังนี้

นโยบายการแจ้งเบาะแสการกระทำผิด (Whistle Blowing Policy)

บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) และบริษัทย่อย มีแนวทางในการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม
ตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดี ยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยบริษัทได้จัดทำนโยบายการแจ้ง
เบาะแส (Whistle Blowing Policy) ขึ้น เพื่อเป็นช่องทางให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มสามารถ
ร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสในกรณีที่เกิดการทุจริต ฉ้อโกงในสาระที่สำคัญ และกระทบต่อความรู้สึก เช่น การกระทำที่ผิดกฎหมาย
ผิดกฎข้อบังคับ ผิดไปจากนโยบายของบริษัท และผิดต่อจริยธรรมทางธุรกิจ เพื่อช่วยกันปรับปรุงแก้ไขหรือดำเนินการให้เกิด
ความถูกต้อง เหมาะสม โปร่งใส และยุติธรรมต่อไป ทั้งนี้ ข้อมูลขอผู้แจ้งเบาะแสและเรื่องที่แจ้ง จะถูกเก็บเป็นความลับ
เพื่อป้องกันกรณีถูกละเมิดสิทธิ

แนวทางการปฏิบัติ

  1. พนักงานหรือบุคคลนอกคนใดก็ตามที่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัท สามารถร้องเรียนและแจ้งเบาะแสการกระทำผิด เบาะแส
    ที่แจ้งจะต้องเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร และส่งไปยังผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบภายในของบริษัท จากนั้นผู้จัดการฝ่าย
    ตรวจสอบภายใน จะทำการศึกษาเบื้องต้นว่าเบาะแสนั้น มีความน่าเป็นไปได้ที่จะเกิดการทุจริตหรือไม่ และถ้าจำเป็น
    อาจมีการสืบสวนต่อไป
    รายละเอียดช่องทางการร้องเรียนและแจ้งเบาะแส มีดังนี้
    • ผู้อำนวยการฝ่ายตรวจสอบภายใน: นางดาเรศนภา จรูญทรัพย์วัฒนะ
      โทรศัพท์: 02-679-6226
      E-mail address: daresnapa.ch@ask.co.th
    • จดหมายถึงผู้อำนวยการฝ่ายตรวจสอบภายใน
      ที่อยู่: อาคารสาธรซิตี้ ชั้น 24 เลขที่ 175 ถนนสาธรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาธรใต้ กรุงเทพฯ 10120
      โทรสาร: 02-679-6241-3
  2. ในกรณีที่ข้อกล่าวหานั้นไม่เป็นที่น่าสงสัยเพียงพอที่จะเกิดการทุจริต และไม่มีความจำเป็นต้องสืบสวน ผู้อำนวยการฝ่ายตรวจสอบภายในจะต้องแจ้งไปยังผู้แจ้งเบาะแสให้ทราบว่าเหตุใดจึงไม่มีการสืบสวน
  3. ถ้าเหตุสงสัยว่าทุจริตเรื่องปลีกย่อยไม่สำคัญ และปราศจากความเป็นจริงหรือไม่มีความขัดแย้งในผลประโยชน์ของบริษัท หัวหน้าของพนักงานที่แจ้งเรื่องปลีกย่อยนั้นจะเป็นผู้รับรายงานเรื่องดังกล่าวต่อไป 
  4. หากเรื่องที่ถูกแจ้งถูกพิจารณาแล้วมีความเป็นจริงที่จะเกิดการทุจริต หรือเกี่ยวข้องกับการขัดแย้งทางผลประโยชน์ของบริษัท ผู้อำนวยการฝ่ายตรวจสอบภายในจะเป็นผู้รับผิดชอบในการสืบสวนและรายงานผลต่อคณะกรรมการตรวจสอบและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท โดยคณะกรรมการตรวจสอบจะเป็นผู้ให้คำแนะนำในวิธีการจัดการต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
    ถ้าเรื่องดังกล่าวถูกสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารอาวุโสของบริษัท รายงานการสืบสวนดังกล่าวจะต้องส่งตรงให้คณะกรรมการตรวจสอบเพื่อพิจารณา
  5. ฝ่ายทรัพยากรบุคคลจะเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดประชุมตามระเบียบว่าด้วยการประชุม ภายใต้การกำกับดูแลของประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท 
  6. รายงานสรุปข้อเท็จจริง จะต้องแจ้งให้คณะกรรมการตรวจสอบทราบ 
  7. เมื่อการสอบสวนสิ้นสุดลง ฝ่ายตรวจสอบอาจจะแจ้งให้ผู้แจ้งเบาะแสทราบถึงผลการสอบสวนดังกล่าว 
  8. หลักการพิจารณาของบริษัท เป็นดังนี้ 
    • ข้อกล่าวหาควรถูกยกขึ้นด้วยเจตนาที่ดี ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว
    • เรื่องที่ไม่ระบุผู้แจ้งเบาะแส จะไม่ได้รับการพิจารณาและไม่กระทำการใดใดทั้งสิ้น
    • ผู้ที่มีส่วนร่วมในการสืบสวนเรื่องทุจริตจะต้องเก็บรายละเอียดและผลการสืบสวนไว้เป็นความลับ
  9. ข้อมูลเพื่อการติดต่อสามารถดูได้ที่ เว็บไซต์ของบริษัท : www.ask.co.th ข้อมูล ข้อกล่าวหา และเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะถูกเก็บไว้เป็นความลับโดยฝ่ายตรวจสอบภายในของบริษัท โดยมีระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลและเอกสารไม่น้อยกว่า 3 ปี
  10. ขั้นตอนและวิธีการแจ้งเบาะแส บริษัทจะทบทวนและแก้ไขเพื่อให้เท่าทันเหตุการณ์ และสถานการณ์ของบริษัทเป็นระยะๆ 

มาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียน หรือผู้แจ้งเบาะแสการกระทำผิด
พนักงานหรือบุคคลภายนอกที่แจ้งเรื่องร้องเรียน แจ้งเบาะแส โดยความสุจริตใจ จะได้รับการคุ้มครองที่เหมาะสมบริษัท ดังนี้

  1. บริษัทจะเก็บข้อมูลและตัวตนของผู้ที่ร้องเรียน ผู้แจ้งเบาะแส และผู้ที่ถูกร้องเรียน เป็นความลับ
  2. หากกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูล บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นเท่านั้น โดยคำนึงถึงความปลอดภัย และความเสียหายของผู้ร้องเรียน และผู้แจ้งเบาะแส

หมวดที่ 4 การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับบริษัทอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานและผลการดำเนินงาน โครงสร้างผู้ถือหุ้นที่ชัดเจนซึ่งแสดงให้เห็นผู้ถือหุ้นที่แท้จริงของบริษัท โดยสามารถดูรายละเอียดได้จากหัวข้อโครงสร้างการถือหุ้น รวมถึงการกำกับดูแลกิจการของบริษัท ซึ่งได้เปิดเผยทั้งในรายงานประจำปี แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (56-1) และเว็บไซต์ของบริษัท (www.ask.co.th)

ในด้านของคุณภาพของรายงานทางการเงิน สำหรับปี 2559 ที่ผ่านมาบริษัทได้แต่งตั้งบริษัท สำนักงาน อีวาย จำกัด
ให้เป็นผู้สอบบัญชี ซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีที่มีความเป็นอิสระ และเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ
กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยงบการเงินในปี 2559 ของบริษัท ผู้สอบบัญชีได้รับรองงบการเงินอย่างไม่มีเงื่อนไข

บริษัทได้จัดให้มีฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations Department) เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางเพื่อเผยแพร่ข้อมูลของบริษัทไปยังผู้ถือหุ้นของบริษัท นักวิเคราะห์ และนักลงทุนทั่วไปที่สนใจ โดยสามารถติดต่อฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัทได้ที่ 02-679-6226 ต่อ 1230 และ 1231 หรือ สามารถดูข้อมูลที่สำคัญของบริษัท เช่น โครงสร้างผู้ถือหุ้น โครงสร้างองค์กร นโยบายการกำกับดูแลกิจการ รายชื่อคณะกรรมการ งบการเงิน รายงานประจำปี หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น และรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท (โดยเลือกในหัวข้อ นักลงทุนสัมพันธ์)

ทั้งนี้ ในปี 2559 บริษัทมีการให้ข้อมูลต่อผู้เกี่ยวข้องในโอกาสต่างๆในการนำเสนอข้อมูล ดังนี้

  1. การประชุมนักวิเคราะห์ (Analyst Meeting) จำนวน 4 ครั้ง
  2. การเผยแพร่ข้อมูลผลประกอบการและฐานะทางการเงินของบริษัทโดยการไปยังหนังสือพิมพ์ จำนวน 2 ครั้ง (Press Releases)
  3. รายงานผลการดำเนินงานรายไตรมาส ผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ จำนวน 4 ครั้ง

นอกจากนี้ บริษัทมีการกำหนดหลักเกณฑ์ให้กรรมการต้องรายงานการมีส่วนได้เสียเพื่อให้บริษัทมีข้อมูลประกอบการดำเนินการตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน ซึ่งเป็นรายการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์และเป็นไปตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

หมวดที่ 5 ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

คณะกรรมการของบริษัทมีหน้าที่ในการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ แผนธุรกิจ งบประมาณ และเป้าหมายใน การดำเนินธุรกิจของบริษัท เพื่อปรับเปลี่ยนให้เข้าตามสถานการณ์ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อให้มีความเหมาะสม กับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป หรือมีการทบทวนทุก 5 ปี ตลอดจนกำกับดูแลให้ฝ่ายจัดการดำเนินการให้เป็น ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล รวมทั้งจัดให้มีระบบการควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน และ การบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม ตลอดจนกำหนดให้มีการรายงานทางการเงินที่มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอภายใต้การดูแลของ คณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อให้บริษัทสามารถบรรลุได้ตามเป้าหมายที่วางไว้และเพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มได้รับประโยชน์ อย่างสูงสุด โดยบริษัทได้กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการไว้อย่างชัดเจนในข้อบังคับของบริษัทว่าให้กรรมการออก จากตำแหน่งจำนวนหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีของบริษัท ถ้าจำนวนกรรมการที่จะออก แบ่งเป็นสามส่วนไม่ได้ ให้ออกโดยจำนวนใกล้เคียงที่สุด กล่าวคือ กรรมการแต่ละท่านมีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี

บริษัทได้จัดให้มีการถ่วงดุลของกรรมการคือ คณะกรรมการบริษัทมีจำนวนรวม 12 ท่าน ประกอบด้วย กรรมการที่เป็น ผู้บริหาร 3 ท่าน และกรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร 9 ท่าน โดยบริษัทได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบซึ่งเป็นกรรมการอิสระ ทั้งสิ้นจำนวน 4 ท่าน และมีกรรมการอิสระที่ไม่ได้เป็นกรรมการตรวจสอบ 1 ท่าน ซึ่งคิดเป็นกรรมการอิสระร้อยละ 42 หรือ 5 ใน 12 ของกรรมการทั้งหมด ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบถือเป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยที่จะทำหน้าที่กำกับดูแล การดำเนินงานของบริษัทให้มีความถูกต้องและโปร่งใส

บริษัทมีการแบ่งแยกหน้าที่และกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการตรวจสอบไว้อย่างชัดเจนตามรายละเอียดในหัวข้อโครงสร้างการจัดการเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างโปร่งใส ช่วยให้มีการถ่วงดุลอำนาจอย่างเพียงพอและสามารถเข้าสอบทานการดำเนินงานของบริษัทได้ โดยในมติที่สำคัญยังคงต้องได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น นอกจากนี้ อำนาจที่มอบให้คณะกรรมการ คณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นการมอบอำนาจที่ไม่ทำให้กรรมการผู้มีส่วนได้เสียสามารถอนุมัติรายการใดๆ ที่ตนเอง หรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของตนเองทำร่วมกับบริษัทหรือบริษัทย่อยได้

ในปี 2559 ได้จัดให้มีการประเมินตนเองของคณะกรรมการเพื่อพิจารณาความเหมาะสมของโครงสร้างกรรมการ และ การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ โดยแบ่งการประเมินเป็น 6 หมวด ได้แก่ โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ บทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ การประชุมคณะกรรมการ การทำหน้าที่ของกรรมการ ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ การพัฒนาตนเองของกรรมการ สำหรับปี 2557 เป็นปีแรกคณะกรรมการที่เริ่มประเมินกรรมการเป็นรายบุคคล โดยกรรมการ ทุกท่านจะทำการประเมินกรรมการท่านอื่นทั้งหมด (ยกเว้นตัวท่านเอง) แบ่งการประเมินเป็น 4 หมวด ได้แก่ หน้าที่และความรับผิดชอบ ของกรรมการ การทำหน้าที่ของกรรมการ ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ การพัฒนาตนเองของกรรมการ และสุดท้ายคือการประเมินผล การดำเนินงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) โดยแบ่งการประเมินเป็น 3 หมวด ได้แก่ หน้าที่และความรับผิดชอบของ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ความสัมพันธ์กับคณะกรรมการบริษัท และการพัฒนาตนเองของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ในการประเมิน ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ในฐานะผู้ช่วยของเลขานุการบริษัทส่งแบบสอบถามทั้ง 3 ประเภทและให้คะแนนไปยังคณะกรรมการทุกท่าน โดยแต่ละหัวข้อหลักจะมีข้อย่อยและ จะสามารถให้คะแนนตามความพอใจ 1-5 คะแนน และภายหลังจากได้รับผลการประเมิน ทุกประเภทของแต่กรรมการแต่ละท่าน เลขานุการบริษัทจะรวบรวมคะแนนจะแจ้งให้ที่ประชุมคณะกรรมการทราบ สำหรับ การประเมินปี 2559 เลขานุการบริษัทได้จัดส่งแบบประเมินให้กรรมการทุกท่านเพื่อทำการประเมินผลแล้ว ซึ่งหากรวบรวมคะแนน เรียบร้อยแล้วจะแจ้งผลการประเมินในที่ประชุมคณะกรรมการต่อไป หลังจากที่ทราบผลการประเมินคณะกรรมการจะรวมกัน พิจารณาหาแนวทางในการปรับปรุงเพื่อให้ผลการประเมินคณะกรรมการ กรรมการทุกท่านและประธานเจ้าหน้าที่บริหารดีขึ้น

บริษัทยังไม่มีนโยบายจำกัดจำนวนบริษัทจดทะเบียนที่กรรมการแต่ละท่านจะดำรงตำแหน่งได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันไม่มีกรรมการท่านใดที่ดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมากกว่า 5 บริษัท

หลักเกณฑ์การสรรหากรรมการและขั้นตอนการแต่งตั้งกรรมการใหม่

กระบวนการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการของบริษัทไม่ได้ผ่านคณะกรรมการสรรหา เนื่องจากปัจจุบันบริษัทไม่มีคณะกรรมการสรรหา อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริษัทได้ร่วมกันพิจารณาเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งกรรมการ ซึ่งได้พิจารณาทั้งโครงสร้างของคณะกรรมการ โดยคำนึงถึงความหลากหลายในโครงสร้างของคณะกรรมการ (Board Diversity policy) ไม่ว่าจะเป็น เพศ เชื้อชาติ ทำให้บริษัทมีกรรมการทั้งที่เป็นคนไทย และต่างชาติ ทักษะที่จำเป็นและยังขาดอยู่ในคณะกรรมการ คุณสมบัติในฐานะกรรมการในด้านต่างๆ โดยความเหมาะสมด้านคุณวุฒิ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ ผลการปฏิบัติงานในฐานะกรรมการบริษัทในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายและประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เข้าเป็นกรรมการของบริษัท โดยก่อนมีการแต่งตั้งบริษัทจะทำส่งจดหมายโดยระบุ ชื่อของกรรมการที่ต้องการแต่งตั้งไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เพื่อตรวจสอบว่าเป็นบุคคลต้องห้าม หากผ่านการตรวจสอบ บริษัทก็จะดำเนินการแต่งตั้งกรรมการใหม่ท่านดังกล่าวต่อไป

สำหรับขั้นตอนในแต่งตั้งกรรมการของบริษัทสามารถสรุปได้ดังนี้คือ

  1. ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียง
  2. ให้ผู้ถือหุ้นออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งกรรมการเป็นรายบุคคลไป
  3. บุคคลซึ่งได้รับคะแนนเสียงสูงสุดตามลำดับลงมาจะเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการเท่าจำนวนกรรมการที่พึงมีหรือจะพึงเลือกตั้งในครั้งนั้น ในกรณีที่บุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งในลำดับถัดลงมามีคะแนนเสียงเท่ากันเกินจำนวนกรรมการที่จะพึงมี หรือจะพึงเลือกตั้งในครั้งนั้น ให้ผู้เป็นประธานเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด

ทั้งนี้บริษัทมีการจัดปฐมนิเทศให้กับกรรมการใหม่ทุกท่าน โดยเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2552 เพื่อให้กรรมการใหม่ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท ขอบเขตอำนาจหน้าที่ในฐานะกรรมการของบริษัท รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีหัวข้อนำเสนอ คือ วิสัยทัศน์และพันธกิจของบริษัท แผนธุรกิจของบริษัท ประวัติบริษัท โครงสร้างผู้ถือหุ้น โครงสร้างองค์กรและรายชื่อผู้บริหาร วาระการประชุมคณะกรรมการและรายงานการประชุมในรอบปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งแนบคู่มือกรรมการเพื่อให้กรรมการใหม่ได้ศึกษาแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการบริษัทจดทะเบียน

บริษัทจะมีการแจ้งวันที่การประชุมคณะกรรมการในปีดังกล่าวต่อกรรมการล่วงหน้าในช่วงต้นปี เพื่อให้กรรมการทุกท่านสามารถจัดสรรเวลาเข้าประชุมคณะกรรมการทุกครั้ง ทั้งการแจ้งตารางการประชุมล่วงหน้าจะเป็นการแจ้งเฉพาะวาระปรกติเท่านั้น หากมีความจำเป็นต้องจัดประชุมคณะกรรมการวาระพิเศษนอกเหนือจากที่ได้แจ้ง เลขานุการบริษัทก็จะส่งหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการล่วงหน้าให้แก่กรรมการทุกท่านก่อนการประชุมอย่างน้อย 7 วันทุกครั้ง

หลักการในการพิจารณาจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทและรายละเอียดเกี่ยวกับการประชุมมีดังนี้ บริษัทจะจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง โดยบริษัทกำหนดให้กรรมการมีหน้าที่ต้องเข้าประชุมคณะกรรมการทุกครั้ง เว้นแต่กรณีที่มีเหตุจำเป็น การประชุมคณะกรรมการแต่ละครั้งมีการกำหนดวาระชัดเจนล่วงหน้า และมีการพิจารณาติดตามผลการดำเนินงานเป็นประจำ บริษัทจัดให้มีการจัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมระเบียบวาระการประชุมและเอกสารประกอบการประชุมให้กรรมการทุกท่านได้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนวันประชุม เพื่อให้คณะกรรมการมีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมประชุม ในการประชุมคณะกรรมการแต่ละครั้ง ประธานกรรมการมีหน้าที่จัดสรรเวลาอย่างเพียงพอ เพื่อให้ฝ่ายจัดการสามารถเสนอเรื่องและสามารถอภิปรายปัญหาสำคัญได้อย่างรอบคอบโดยทั่วกัน รวมทั้งให้มีการจดบันทึกการประชุมอย่างถูกต้องครบถ้วนเป็นลายลักษณ์อักษรและจัดเก็บรายงานการประชุมที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการ เพื่อให้คณะกรรมการและผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบได้

ตารางสรุปการเข้าประชุมของกรรมการบริษัทในปี 2559

รายชื่อ จำนวนการเข้าร่วมประชุม/การประชุมทั้งหมด (ครั้ง) รายชื่อ จำนวนการเข้าร่วมประชุม/การประชุมทั้งหมด (ครั้ง)
คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ
ดร. อำนวย วีรวรรณ 0/5 - นายเทียนทวี สระตันติ์ 5/5 -
นายโล จุน ลอง 5/5 - นางปฏิมา ชวลิต 5/5 -
นายลี หยวน อี่ 2/2 - นายประดิษฐ ศวัสตนานนท์ 5/5 4/4
นายเลี่ยว อิง จื้อ 4/5 - นายอนันต์ ศวัสตนานนท์ 3/5 4/4
นายเชน ฟง ลอง 5/5 - รศ. ดร. สุปรียา ควรเดชะคุปต์ 5/5 4/4
นายหลี่ หลง เทา 0/2 - นายเกษม อาคเนย์สุวรรณ 5/5 4/4
*นายเชน ยิง ฮุย (ลาออก)

3/3

- *นายเฉิน เจ๋อ จี้ (ลาออก) 0/3 -

หมายเหตุ: 1/ ประชุมคณะกรรมการบริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 3/2559 เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 มีมติแต่งตั้ง นายลี หยวน อี่ เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการและกรรมการบริหาร และนายหลี่ หลง เทา เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการโดนมีผลวันที่ 1 มิถุนายน 2559

บริษัทจัดให้มีการประชุมของคณะกรรมการตรวจสอบร่วมกับผู้ตรวจสอบบัญชีของบริษัท โดยไม่มีกรรมการ กรรมการ บริหาร และผู้บริหารเข้าประชุม ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมธรรมาภิบาล และเพิ่มความโปร่งใสของงบการเงินให้กับบริษัท โดยบริษัทจะจัดให้มีการประชุมอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง โดยจะเลือกประชุมก่อนพิจารณาอนุมัติงบการเงินประจำปีของบริษัท สำหรับในปี 2560 ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560

กรรมการทุกท่านได้อุทิศเวลาเพื่อเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการทุกครั้ง เว้นแต่เหตุจำเป็นทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้

บริษัทมีนโยบายในการคัดเลือกกรรมการ โดยคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจของบริษัทเป็นอย่างดี แต่เนื่องจากมีกรรมการบางท่านเป็นชาวไต้หวันและมีตำแหน่งหน้าที่ในบริษัทซึ่งดำเนินธุรกิจอยู่ในไต้หวัน ทำให้ไม่สะดวกในการเดินทางมาเข้าร่วมประชุมกรรมการของบริษัทได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีนโยบายในการสนับสนุนให้กรรมการทุกท่านเข้าร่วมประชุม จึงได้ดำเนินการจัดการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (Video Conference) ซึ่งจะช่วยให้กรรมการทุกท่านได้เข้าร่วมประชุมพร้อมกันสามารถโต้ตอบกันได้ แม้จะอยู่ต่างสถานที่กัน

บริษัทมีคณะกรรมการตรวจสอบ จำนวน 4 ท่าน มีวาระในการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี โดยทุกรายเป็นกรรมการอิสระ คณะกรรมการตรวจสอบมีหน้าที่ในการกำกับดูแลกิจการของบริษัท ซึ่งอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบเป็นไปตามรายละเอียดในหัวข้อโครงสร้างการจัดการทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทมีนโยบายเข้าประชุมร่วมกันเป็นประจำอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง และจะจัดให้มีการประชุมเป็นพิเศษในกรณีที่มีวาระเร่งด่วน กรรมการตรวจสอบ ซึ่งมีความเป็นอิสระในการปฏิบัติงานจะใช้ดุลยพินิจของตนในการสอบทานรายงานทางการเงินของบริษัท ระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายใน การปฏิบัติงานของบริษัท พิจารณาการคัดเลือกและเสนอแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของบริษัท การเปิดเผยข้อมูลของบริษัทในกรณีที่เป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยกรรมการตรวจสอบเหล่านี้จะช่วยให้บริษัทมีการควบคุมและกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเป็นไปตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

โดยบริษัทได้กำหนดนิยามของ "กรรมการอิสระ" ซึ่งมีข้อกำหนดมากกว่าหลักเกณฑ์ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 14/2551 ดังนี้

  1. ถือหุ้นไม่เกินร้อยละศูนย์จุดห้าของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง
  2. ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้เงินเดือนประจำ หรือผู้มีอำนาจควบคุม ของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนได้รับการแต่งตั้ง
  3. ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมาย ในลักษณะที่เป็น บิดามารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตร ของผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท หรือบริษัทย่อย
  4. ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการซึ่งไม่ใช่กรรมการอิสระ หรือผู้บริหารของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้ง
  5. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง และไม่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการซึ่งไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการของสำนักงานสอบบัญชี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งสังกัดอยู่ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้ง
  6. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใด ๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมายหรือที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่าสองล้านบาทต่อปีจาก บริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ให้บริการทางวิชาชีพเป็นนิติบุคคล ให้รวมถึงการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการซึ่งไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ ของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้ง
  7. ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของบริษัท ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท
  8. ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท

นอกจากนี้ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร จำนวน 5 ท่าน ซึ่งมีวาระในการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารเป็นไปตามรายละเอียดในหัวข้อโครงสร้างการจัดการทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารของบริษัทมีนโยบายเข้าประชุมร่วมกันเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และจะจัดให้มีการประชุมเป็นพิเศษในกรณีที่มีวาระเร่งด่วน

ทั้งนี้ กรรมการของบริษัททุกท่านที่อยู่ในประเทศไทย ได้ผ่านการอบรมหลักสูตร Director Accreditation Program และในจำนวนนี้ กรรมการบางท่านได้ผ่านการอบรมหลักสูตร Director Certification Program แล้ว ซึ่งเป็นหลักสูตรที่จัดขึ้นโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) โดยบริษัทเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย และหากมีกรรมการใหม่ที่ได้รับการแต่งตั้งและยังไม่ได้ผ่านการอบรม บริษัทมีนโยบายจะจัดให้กรรมการใหม่ได้รับการอบรมเช่นกัน นอกจากนี้ บริษัทยังสนับสนุนให้กรรมการของบริษัทเข้าอบรมหรือสัมมนาในหลักสูตรอื่นๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้สำหรับการดำรงตำแหน่งกรรมการด้วย

ในด้านการกำกับดูแลฝ่ายจัดการ บริษัทได้จัดให้มีฝ่ายตรวจสอบภายใน โดยเป็นหน่วยงานหนึ่งของบริษัท ที่มีสายการรายงานตรงไปยังคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อให้คณะกรรมการสามารถติดตามการดำเนินงานของบริษัทได้อย่างอิสระมีประสิทธิภาพ โดยมีนางดาเรศนภา จรูญทรัพย์วัฒนะ เป็นผู้อำนวยการฝ่ายตรวจสอบภายใน ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้างานผู้ตรวจสอบภายในของบริษัท และเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2550 เนื่องจากมีประสบการณ์ในการตรวจสอบภายในของธุรกิจที่มีลักษณะเดียวกับบริษัท มาเป็นระยะเวลาเกินกว่า 20 ปี โดยยังดำรงสถานภาพการเป็นผู้ตรวจสอบภายในรับอนุญาตสากล (Certified Internal Auditor - CIA) มีการเข้ารับการอบรมในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานด้านตรวจสอบภายในอยู่อย่างสม่ำเสมอ และมีความเข้าใจในกิจกรรมและการดำเนินงานของบริษัท จึงเห็นว่า มีความเหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวได้อย่างเหมาะสมเพียงพอ

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 4/2555 เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2555 ได้แต่งตั้งนายดนัย ลาภาวิวัฒน์ เป็นเลขานุการบริษัท โดยทำหน้าที่รับผิดชอบและดูแลงานในส่วนของเลขานุการบริษัท ให้เป็นไปตามมาตรา 89/15 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) ในปี 2556 นายดนัย ลาภาวิวัฒน์ได้เข้าอบรมหลักสูตรเลขานุการบริษัท รุ่นที่ 50/2556 จัดโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) โดยมีหน้าที่และความรับผิดชอบ ดังนี้

  1. จัดทำและเก็บรักษาเอกสารดังต่อไปนี้
    - ทะเบียนกรรมการ
    - หนังสือนัดประชุมคณะกรรมการ รายงานการประชุมคณะกรรมการและรายงานประจำปีของบริษัท
    - หนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น และรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น
  2. เก็บรักษารายงานการมีส่วนได้เสียที่รายงานโดยกรรมการหรือผู้บริหาร
  3. ดำเนินการอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด

คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย

คณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีจำนวน 12 ท่าน ประกอบด้วย

ลำดับที่ รายชื่อ ตำแหน่ง
1. ดร.อำนวย วีรวรรณ  ประธานกิตติมศักดิ์
2. นายโล จุน ลอง  ประธานกรรมการ
3. นายลี หยวน อี่ กรรมการบริหาร 
4. นายเลี่ยว อิง จื้อ กรรมการ
5. นายเชน ฟง ลอง กรรมการ
6. นายหลี่ หลง เทา กรรมการ
7. นายเทียนทวี สระตันติ์  กรรมการ 
8. นางปฏิมา ชวลิต กรรมการอิสระ
9. นายประดิษฐ ศวัสตนานนท์ ประธานกรรมการตรวจสอบ / กรรมการอิสระ
10. นายอนันต์ ศวัสตนานนท์ กรรมการตรวจสอบ / กรรมการอิสระ
11. รศ. ดร. สุปรียา ควรเดชะคุปต์  กรรมการตรวจสอบ / กรรมการอิสระ
12. นายเกษม อาคเนย์สุวรรณ กรรมการตรวจสอบ / กรรมการอิสระ

หมายเหตุ: นายดนัย ลาภาวิวัฒน์ ดำรงตำแหน่ง เลขานุการคณะกรรมการบริษัท / เลขานุการบริษัท

1/ ประชุมคณะกรรมการบริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 3/2559 เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 มีมติแต่งตั้ง นายลี หยวน อี่ เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการและกรรมการบริหาร และนายหลี่ หลง เทา เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการโดนมีผลวันที่ 1 มิถุนายน 2559

คณะกรรมการบริหาร

คณะกรรมการบริหารของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีจำนวน 5 ท่าน ประกอบด้วย

ลำดับที่ รายชื่อ ตำแหน่ง
1. ดร.อำนวย วีรวรรณ ประธานกิตติมศักดิ์
2. นายโล จุน ลอง ประธานกรรมการบริหาร
3. นายลี หยวน อี่ กรรมการบริหาร
4. นายเชน ฟง ลอง กรรมการ
5. นายหลิว เจีย เจียง กรรมการ

หมายเหตุ: 1/ ประชุมคณะกรรมการบริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 3/2559 เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 มีมติแต่งตั้ง นายลี หยวน อี่ เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการและกรรมการบริหาร

คณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการตรวจสอบได้จัดตั้งขึ้นโดยการอนุมัติของที่ประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 20/2547 เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2547 เพื่อเป็นองค์กรอิสระในการสอบทานข้อมูลทางการเงินที่เสนอแก่ผู้ถือหุ้นและผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น สอบทานระบบการควบคุมภาย และกระบวนการตรวจสอบภายใน รวมถึงการสื่อสารกับผู้สอบบัญชีของบริษัท เป็นต้น ตามรายละเอียดในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีจำนวน 4 ท่าน ประกอบด้วย

ลำดับที่ รายชื่อ ตำแหน่ง
1. นายประดิษฐ ศวัสตนานนท์ ประธานกรรมการตรวจสอบ / กรรมการอิสระ
2. นายอนันต์ ศวัสตนานนท์ กรรมการตรวจสอบ / กรรมการอิสระ
3. รศ. ดร. สุปรียา ควรเดชะคุปต์ กรรมการตรวจสอบ / กรรมการอิสระ
4. นายเกษม อาคเนย์สุวรรณ กรรมการตรวจสอบ / กรรมการอิสระ

ทั้งนี้ นายประดิษฐ ศวัสตนานนท์ ประธานกรรมการตรวจสอบ/กรรมการอิสระ เป็นกรรมการตรวจสอบที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านบัญชี การเงิน และการสอบทานงบการเงินของบริษัท

คณะผู้บริหาร

คณะผู้บริหารของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีจำนวน 6 ท่าน ประกอบด้วย

ลำดับที่ รายชื่อ ตำแหน่ง
1. ดร.อำนวย วีรวรรณ ประธานกิตติมศักดิ์
2. นายโล จุน ลอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
3. นายลี หยวน อี่1/ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ
4. นายดนัย ลาภาวิวัฒน์ เลขานุการคณะกรรมการ/ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน / เลขานุการบริษัท 
5. นายศรายุทธ์ ชัยสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สารสนเทศ / รักษาการประธานเจ้าหน้าที่ธุรการ
6. นายชนม์พิเชฐ ตันติกิตติภิญโญ ประธานสายงานสินเชื่อการตลาด

หมายเหตุ:1/ ประชุมคณะกรรมการบริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 3/2559 เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 มีมติแต่งตั้ง นายลี หยวน อี่ เข้าดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

บริษัทได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเพื่อกำหนดให้มีระบบการบริหารความเสี่ยงให้เพียงพอ รวมทั้งอนุมัตินโยบายและกระบวนการบริหารความเสี่ยง ตลอดจนรายงานการบริหารความเสี่ยงเป็นรายไตรมาส ซึ่งเป็นรายงานที่จัดทำโดยคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง โดยครอบคลุมความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ ความเสี่ยงด้านสินเชื่อ ความเสี่ยงด้านการเงิน และความเสี่ยงด้านการปฏิบัติการ โดยในกระบวนการบริหารความเสี่ยงนั้น ได้รวมถึงการจัดให้มีแนวทางการทบทวนระดับความเสี่ยง การจัดการความเสี่ยง การติดตามและการควบคุมความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ โดยจะทำการทบทวนทุกไตรมาส ทั้งนี้สมาชิกในคณะกรรมการบริหารบริหารความเสี่ยงของบริษัทถูกกำหนดตามตำแหน่งภายในบริษัทและบริษัทย่อย ดังนี้

ลำดับที่ รายชื่อ ตำแหน่ง
1. ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
2. ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ รองประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
3. ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน สมาชิกคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
4. ประธานเจ้าหน้าที่สารสนเทศ สมาชิกคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
5. ประธานสายงานสินเชื่อการตลาด - บริษัท สมาชิกคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
6. รองประธานอาวุโส - บริษัทย่อย สมาชิกคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
7. รองประธาน - บริษัทย่อย สมาชิกคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
8. รองประธาน - สายงานควบคุมสินเชื่อ เลขานุการคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของกรรมการชุดย่อย

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร

  1. ปฏิบัติหน้าที่โดยทั่วไปในนามของบริษัท เพื่อผลประโยชน์ของบริษัทและบริษัทย่อยในการประกอบธุรกิจ
  2. มีอำนาจในการจัดการและบริหารกิจการของบริษัท ตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น และ/หรือ มติที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัททุกประการ
  3. มีอำนาจพิจารณาอนุมัติการให้สินเชื่อ (Credit Approval) ค่าใช้จ่ายทั่วไปที่ฝ่ายบริหารยังไม่มีนโยบายกำหนดไว้ (Non-Policy Expenses) การจัดซื้อ และการขายทรัพย์สินที่ฝ่ายบริหารยังไม่มีนโยบายกำหนดไว้หรือที่มิใช่เป็นธุรกรรมปกติ (Buying & Selling of Non-Policy Assets) และนำเสนอคณะกรรมการบริษัทหากเกินกว่าอำนาจ และ/หรือ วงเงินที่ได้รับอนุมัติไว้ สำหรับนโยบายหรือการบริหารงานบุคคล ซึ่งครอบคลุมการว่าจ้าง กำหนดอัตราค่าจ้าง การโอน โยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การพ้นจากการเป็นพนักงาน การให้รางวัล ผลตอบแทน การขึ้นเงินเดือนประจำปีของบริษัท ตลอดจนการบริหารงานบุคคล สามารถอนุมัติได้ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท
  4. ให้มีอํานาจในการมอบอํานาจช่วงให้กับกรรมการคนหนึ่งคนใดหรือหลายคนในคณะกรรมการบริหารหรือบุคคลอื่นใดในการปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการบริหาร หรือตามที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควร และภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการบริหารกำหนด ซึ่งคณะกรรมการบริหารอาจยกเลิกเพิกถอน เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขอำนาจที่ได้ให้ไว้กับบุคคลที่ได้รับมอบอํานาจช่วงนั้นๆ ได้ตามที่เห็นสมควร
  5. ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท

ทั้งนี้ การมอบอำนาจดังกล่าวข้างต้นให้แก่คณะกรรมการบริหารนั้น ต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของกฎหมายและกฎระเบียบข้อบังคับของบริษัทตลอดจนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และกำหนดให้รายการที่กรรมการบริหารหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง มีส่วนได้เสีย หรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์อื่นใดกับบริษัท หรือบริษัทย่อยที่มิใช่รายการธุรกิจปกติหรือเป็นไปตามเงื่อนไขการค้า ให้กรรมการบริหารซึ่งมีส่วนได้เสียในเรื่องใดไม่มีสิทธิอนุมัติการทำรายการนั้นและให้รายงานคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบต่อไป เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบและข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ

  1. สอบทานให้บริษัทมีการรายงานทางการเงินอย่างถูกต้องและเพียงพอ
  2. สอบทานให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายใน (Internal Control) และการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล และพิจารณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้ความให้ความคิดเห็นในการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย เลิกจ้างหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน หรือหน่วยงานอื่นใดที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน
  3. สอบทานให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
  4. พิจารณา คัดเลือก เสนอแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีความเป็นอิสระเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท และเสนอค่าตอบแทนของบุคคลดังกล่าว รวมทั้งเข้าประชุมกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมด้วยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  5. พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่ารายการดังกล่าวสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท
  6. จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบโดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องลงนามโดยประธานกรรมการตรวจสอบและต้องประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อยดังต่อไปนี้
    ก) ความเห็นเกี่ยวกับความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้ของรายงานทางการเงินของบริษัท
    ข) ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบควบคุมภายในบริษัท
    ค) ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
    ง) ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี
    จ) ความเห็นเกี่ยวกับรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    ฉ) จำนวนการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และการเข้าร่วมประชุมของกรรมการตรวจสอบแต่ละท่าน
    ช) ความเห็นหรือข้อสังเกตโดยรวมที่คณะกรรมการตรวจสอบได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตร
    ซ) รายการอื่นที่เห็นว่าผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบ ภายใต้ขอบเขตและความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท
  7. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการของบริษัทมอบหมายด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

  1. กำหนดนโยบาย แผนงาน และกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของบริษัท และติดตามควบคุมการดำเนินกิจการของบริษัทให้เป็นไปตามนโยบาย แผนงานและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของบริษัท
  2. ดำเนินการและบริหารจัดการธุรกิจปกติของบริษัท
  3. ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทเป็นคราวๆ ไป
  4. พิจารณาอนุมัติการดำเนินงานต่างๆ ของบริษัทภายใต้อำนาจซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท
  5. พิจารณาอนุมัติการว่าจ้าง กำหนดอัตราค่าจ้าง การโอน โยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง การให้รางวัล ผลตอบแทน ตลอดจนการบริหารจัดการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคล
  6. ให้มีอำนาจในการมอบอำนาจช่วง หรือมอบหมายให้บุคคลอื่นใดที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเห็นสมควรทำหน้าที่แทน ทั้งนี้ การมอบอำนาจดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์และข้อบังคับของบริษัท

ทั้งนี้ อำนาจหน้าที่ข้างต้นต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับของบริษัท อย่างไรก็ตาม การมอบอำนาจดังกล่าวไม่รวมถึงการมอบอำนาจในการอนุมัติรายการใดที่ตนเองหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมีส่วนได้ส่วนเสีย หรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในลักษณะอื่นใดกับบริษัทหรือบริษัทย่อย ยกเว้นการอนุมัติรายการที่เป็นรายการธุรกิจปกติหรือเป็นไปตามเงื่อนไขการค้าโดยทั่วไป ตามที่คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดอำนาจและ/หรือวงเงินไว้ โดยอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการตามที่กำหนดเกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกัน และรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินที่สำคัญของบริษัทจดทะเบียนตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

การกำกับดูแลกิจการของบริษัทย่อย

แนวทางวิธีปฏิบัติ:

  • การแต่งตั้ง การปลดออก และการประเมินผลการปฏิบัติงานของตัวแทนที่แต่งตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมายสำหรับบริษัทย่อย ตามการถือหุ้น จะต้องได้รับการอนุมัติจากบริษัท ตัวแทนบริษัทรวมถึงผู้สนับสนุนบริษัท ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ กรรมการ ผู้ควบคุมงาน และอื่นๆ
  • เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของบริษัท ตัวแทนของบริษัทซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยบริษัทจะต้องใช้อำนาจ ปฏิบัติตามหน้าที่ และติดตามคำแนะนำของบริษัทฯที่อยู่ภายใต้กฎหมาย พระราชบัญญัติ สัญญาการเข้าร่วมเป็นบริษัท และสัญญาอื่นๆ
  • บริษัทย่อยจะต้องติดตามให้บริษัทอนุมัติเรื่องที่ถูกกำหนดไว้ในกฎของบริษัทย่อยที่สำรองไว้โดยผู้ถือหุ้นรายใหญ่
  • บริษัทย่อยจะต้องจัดประชุมเพื่อทบทวนธุรกิจของบริษัท (การประชุม) อย่างสม่ำเสมอ และเชิญบุคคลที่บริษัทส่งรายชื่อมาให้เข้าร่วมประชุม รายงานการประชุมจะต้องส่งให้เลขานุการบริษัท เพื่อการทบทวนด้วย
  • บริษัทย่อยจะต้องยอมรับการตรวจสอบจากบริษัทอย่างสม่ำเสมอ บริษัทสามารถแต่งตั้งผู้ตรวจสอบเพื่อดำเนินการตรวจสอบพิเศษในเวลาใดก็ได้ เมื่อจำเป็น
  • อ้างถึงการรายงานการบริหารผลการปฏิบัติงานของบริษัทย่อย บริษัทย่อยจะต้องส่งรายงานที่เกี่ยวข้องและถ้อยแถลงไปยังบริษัทอย่างสม่ำเสมอ หรือ ตามคำขอ
  • นโยบายและขั้นตอนวิธีการของบริษัทย่อย จะต้องสอดคล้องกับ "แนวทางนโยบายบริษัทและการบริหารขั้นตอนการดำเนินงาน" ซึ่งกำหนดเป็นเงื่อนไขโดยบริษัทซึ่งจะได้รับการรักษาและจัดทำให้ทันสมัยอย่างสม่ำเสมอ
  • เมื่อไม่มีความต่อเนื่องทางธุรกิจ หรือเหตุผลในการลงทุนในบริษัทย่อย ข้อเสนอเพื่อปิดบริษัท หรือ โครงการขายหุ้นจะต้องถูกส่งไปยังฝ่ายวางแผน เพื่อขออนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท

การดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน

บริษัทมีนโยบายและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัดในการดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน ซึ่งสรุปได้ดังนี้

  1. จัดให้รับทราบเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น รวมทั้งย้ำเตือนให้ผู้ปฏิบัติงานระมัดระวังเก็บรักษาข้อมูลต่างๆ หากจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลใดๆ การรายงานหรือเผยแพร่ข้อมูลภายในจะสามารถปฏิบัติได้เฉพาะบุคคลที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น
  2. ดำเนินการแจ้งให้กรรมการและผู้บริหารของบริษัททุกท่านทราบถึงภาระหน้าที่และความรับผิดชอบต่อข้อมูลภายใน โดยไม่นำข้อมูลภายในองค์กร ไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว รวมทั้งเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์
  3. กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารของบริษัททุกท่านทราบถึงภาระหน้าที่ ในการจัดทำรายงานการถือหลักทรัพย์ ในบริษัทของตนเอง คู่สมรส บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรรมการ และ/หรือ ผู้บริหาร ตามนัยมาตรา 258 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของบริษัท ทั้งนี้ เป็นไปตามที่ถูกกำหนดไว้ในมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 นอกจากนั้น คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายกำหนดให้กรรมการทุกท่านนำส่งสำเนารายงานการถือหุ้นหลักทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่มีการทำรายการไปยังเลขานุการบริษัทเพื่อนำแจ้งต่อที่ประชุมคณะกรรมการในการประชุมครั้งถัดไป
  4. กำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานซึ่งอยู่ในหน่วยงานที่ทราบข้อมูลภายใน ควรหลีกเลี่ยงหรืองดการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทในช่วงระยะเวลา 1 เดือนก่อนการเปิดเผยงบการเงินให้แก่สาธารณชนทราบ ซึ่งบุคคลเหล่านั้นจะต้องลงนามรับทราบเอกสารรักษาข้อมูลภายในของบริษัท

ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดบทลงโทษทางวินัยไว้หากมีการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม การลงโทษจะพิจารณาจากเจตนาของการกระทำและความร้ายแรงของความผิดนั้นๆ

ค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี

ในปี 2559 บริษัทและบริษัทย่อยจ่ายค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี ดังนี้

  1. ค่าตอบแทนจากการสอบบัญชี
    ในปี 2559 บริษัทและบริษัทย่อยจ่ายค่าตอบแทนจากการสอบบัญชีให้แก่
    • สำนักงานผู้สอบบัญชีของบริษัทและบริษัทย่อย ในรอบบัญชีที่ผ่านมามีจำนวนรวม 2,880,000 บาท ดังนี้ ค่าตอบแทนจากการสอบบัญชีของบริษัท จำนวน 1,495,000 บาท ค่าตอบแทนจากการสอบบัญชีของบริษัทย่อย จำนวน 1,385,000 บาท
    • บุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับผู้สอบบัญชีและสำนักงานสอบบัญชีที่ผู้สอบบัญชีสังกัด ในรอบบัญชีที่ผ่านมามีจำนวนรวม 0 บาท และไม่มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการสอบบัญชี
  2. ค่าบริการอื่น
    บริษัทและบริษัทย่อยจ่ายค่าตอบแทนของงานบริการอื่น ซึ่งได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเอกสาร ค่าเดินทาง เป็นต้น ให้แก่
    • สำนักงานผู้สอบบัญชีของบริษัทและบริษัทย่อย ในรอบบัญชีที่ผ่านมามีจำนวนรวม 27,391 บาท ดังนี้ ค่าตอบแทนของงานบริการอื่นของบริษัท จำนวน 15,135 บาท ค่าตอบแทนของงานบริการอื่นของบริษัทย่อย จำนวน 12,256 บาท
    บุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับผู้สอบบัญชีและสำนักงานสอบบัญชีที่ผู้สอบบัญชีสังกัด ในรอบบัญชีที่ผ่านมามีจำนวนรวม 0 บาท